เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2566 ชาวบ้านซึ่งพักอาศัยในพื้นที่หมู่ที่ 8 และ หมู่ที่ 10 ซอยยอดเสน่ห์ ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยนายเทมส์ ไกรทัศน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนากล้า ร่วมให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน เพื่อขอให้ช่วยติดตามความคืบหน้ากรณีชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการแขวงทางหลวงภูเก็ต เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้เปิดเกาะกลางสำหรับสำหรับเข้า – ออกซอยยอดเสน่ห์ ซอยปรารถนา

หลังมีการก่อสร้างเกาะกลางบนถนนเจ้าฟ้าตะวันตก แต่มีการเปิดเกาะกลางผิดจุด ทำให้ถนนแคบ วงเลี้ยวไม่พอสำหรับรถใหญ่ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย และการจราจรติดขัด โดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่พักอาศัย และผู้ประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงผู้ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวด้วย

หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า หลังจากมีการก่อสร้างเกาะกลาง บริเวณถนนเจ้าฟ้าตะวันออกตะวันตก จากฝั่งวัดฉลองไปยังห้าแยกฉลอง เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งในการก่อสร้างชาวบ้านไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน มาทราบตอนสร้างเสร็จแล้ว และพบปัญหาตามมามากมาย รวมทั้งการเปิดยูเทิร์นในจุดที่ไม่เหมาะสม ทำให้ถนนแคบ เลี้ยวรถลำบาก โดยเฉพาะรถใหญ่

ส่งผลให้เกิดรถติดและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังทำให้น้ำที่ไหลจากเขานาคเกิดไม่สามารถระบายลงไปได้เนื่องจากติดเกาะกลาง จนเกิดน้ำท่วมขัง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาโดยขอเปิดจุดยูเทิร์นบริเวณซอยปรารถนา และซอยยอดเสน่ห์ 1 เพื่อให้การเข้าออกของชาวบ้านสะดวกขึ้น และรถขนาดใหญ่จะสามารถเลี้ยวได้สะดวก รวมทั้งซอยยอดเสน่ห์ 1 ยังเป็นเส้นทางที่เดินทางไปยังวัดพระใหญ่ ซึ่งการเปิดจุดนี้จะส่งผลดีในหลายเรื่อง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้ร่วมกันลงชื่อและส่งหนังสือไปยังแขวงทางหลวงภูเก็ตแล้ว เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยทางเจ้าหน้าที่ฯ แจ้งว่าจะให้คำตอบภายใน 7 วัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด จึงขอพึ่งสื่อ และ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนากล้าได้ช่วยติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ด้วย ชาวบ้านกล่าว

ขณะที่นายเทมส์ ไกรทัศน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบปะกับชาวบ้าน ได้รับการร้องเรียนให้ช่วยติดตามคำร้องที่มีการยื่นหนังสือกับแขวงทางหลวงภูเก็ต ไปเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะก็ยังไม่ได้รับคำตอบ จึงอยากทวงถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะโครงการดังกล่าวกระทบต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้าน ทำให้การสัญจรเป็นไปอย่างลำบาก และชาวบ้านตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสในการสำรวจความคิดเห็นพี่น้องประชาชนว่า ก่อนที่จะทำโครงการ ได้สอยถามความเห็นหรือการทำประชาพิจารณหรือไม่ว่า จะเปิดเกาะกลางจุดไหน

“แม้ว่าเกาะกลางถนนเป็นหลักการที่ดีเพื่อความปลอดภัย และระเบียบเรียบร้อย แต่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น และบริบทพื้นที่ก็สำคัญไม่แพ้กัน แน่นอนว่าหากทำแล้วถูกกฎหมายและตรงใจชุมชนทำให้เกิดประโยชน์สาธารณะสูงสุดในทุกด้าน และหวังให้การรับฟังความเห็นประชาชนไม่เป็นเพียงพิธีกรรมให้หน่วยงานได้ทำตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 แล้ว แต่ควรทำโดยกระบวนการที่คำนึงถึงความเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบ อย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดปัญหาความเข้าใจและผลกระทบต่างๆ จะไม่เกิดหรือเกิดน้อยที่สุด ซึ่งเรื่องนี้อยากให้หน่วยงานช่วยชี้แจงและสร้างความเข้าใจแก่พ่อแม่พี่น้องที่ได้รับผลกระทบว่าทำได้หรือไม่อย่างไร” นายเทมส์กล่าว

